ปกติแล้วหมอลองไม่เคยเลี้ยงสัตว์  และก็ไม่เคยคิดว่าจะเลี้ยง  ไม่ว่าจะเป็นก่อนหน้านี้  หรือเมื่อไรก็ตาม  จู่ ๆ อยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่หมอลองกำลังนอนหลับสบายอย่างมีความสุขอยู่นั้น ก็พลันต้องตื่นขึ้นมาด้วยเสียงร้อง ..เมี๊ยว! .. เมี๊ยว! ..เมี๊ยว ! .

เสียงนั้นดังอยู่ในท่ามกลางบรรยากาศเช้าที่เงียบสงบอย่างไม่ยอมเกรงใจใคร  เข้าใจว่าชาวบ้านใกล้เรือนเคียงที่อยู่ติด ๆ กันในแถบนั้น  ก็คงจะได้ยินและตื่นขึ้นมาเช่นเดียวกับหมอลองนั่นแหละ  เสียงร้องช่างดังอยู่นาน .. นานจนกระทั่งหมอลองตั้งใจที่จะลุกออกไปดู ทำไมถึงร้องอยู่ได้ … นานนัก…(น่ารำคาญจริงเชียว !)

แต่พอลุกขึ้น  เสียงร้องที่ดังอยู่นั้นก็หายไป  หมอลองนั่งฟังอยู่ครู่ใหญ่..อ้อ  หายเงียบไปแล้ว…. เงียบ..เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เอาละเป็นอันว่าไม่มีอะไร  ขอนอนดีกว่า  ยังเช้าอยู่เลย  หมอลองล้มตัวลงนอน กะว่าจะหลับให้สบาย..เชียว..

เมี๊ยว !.. เมี๊ยว !.. เมี๊ยว !…เมี๊ยว..  ไม่เอาละไม่อยากรับรู้อะไร  นอนต่อจะดีกว่า (คราวนี้ดูเหมือนจะร้องเสียงดังกว่าเก่า)   เฮ้อ..ไอ้แมวนี่.   เดี๋ยว..ก็.. ช่างร้องอยู่ได้  ไม่หยุดไม่หย่อน บางช่วงฟังแล้วรู้ได้เลยว่าเจ้าแมวชักจะเสียงแหบเสียงแห้งเต็มที   แต่ก็ยังไม่ยอมหยุดร้อง  ชวนให้คิดว่า ที่ร้อง ๆ มานี่  ช่วยกันร้องสักกี่ตัวนะ เขา แมว ชวนกันตั้งวงร้องหรืออย่างไร

จะนอนหรือก็นอนไม่หลับ ด้วยเสียงที่มารบกวน

หมอลองเดินวนรอบบ้านซะหลายรอบ ค้นตรงโน้น หาตรงนี้ แต่ไม่มีวี่แวว นักร้องวงแมวให้ปรากฏ

หรือว่าเป็นแมวข้างบ้าน ก็น่าจะใช่ เพราะลูกสาวคนสวยของหมอข้างบ้านเขา เพิ่งสอบติดคณะสัตวแพทยศาสตร์ น่าที่จะเอาสัตว์มาเลี้ยงทดลองประกอบการศึกษา

เช้าของวันนั้น  ก่อนที่หมอลองจะขับรถออกไปทำงาน  หมอลองก็ได้ยินเสียงร้องนั้นอีกเมี๊ยว .. เมี๊ยว…. .. ใช่ละ ฟังเสียงดูก็รู้ว่าน่าจะอยู่ในบริเวณบ้านเรามากกว่า

ไปถึงที่ทำงาน  หมอลองบอกกับคนงานว่า  ถ้าหากพอมีเวลา สาย ๆ ขอให้แวะไปดูที่บ้านสักหน่อย  คนงานไปตามที่สั่ง ค้นเท่าไรก็ไม่พบต้นเสียงร้องเหมียว..เหมียว..

เขาคิดว่าจะกลับไปทำงานอยู่แล้วเชียว  เพราะไม่เจออะไร  แต่ฉุกคิดขึ้นมาได้  จึงขออนุญาตหมอลองเปิดหลังคาครัวเพื่อดูข้างใน

เจอแล้วครับ !..เจอแล้วครับ !… อยู่นี่เอง

เขาหยิบมันลงมาวางที่พื้นสนาม  โอ๋ ลูกแมวน่ารักเชียว!!!

มีกี่ตัว”  หมอลองถาม

คนงานยกแผ่นกระเบื้องหลังคาขึ้น  พลางก้มศีรษะเข้าไป สอดส่ายสายตามองหาสิ่งมีชีวิตที่ซ่อนอยู่ภายใต้หลังคาครัว

ไม่มีแล้วครับ แค่ตัวนี้ตัวเดียว

ดูให้ทั่ว  ให้แน่ใจนะ“ หมอลองย้ำ

ครับ“ คนงานรับปากอย่างมั่นใจ

เอาละ  ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวอาจารย์จะรีบไปทำงานต่อ เอาเงินนี่ไปซื้อนมให้ลูกแมวกิน  แล้วคอยดูแลอย่าให้หมามาคาบไปกินเสียล่ะ“ หมอลองสั่งให้คนงานคอยดูแลให้ดี

ลูกแมวตัวนี้สวยน่ารัก น่าเอ็นดูอย่างประหลาด“  หมอลองนึกในใจ

ช่วงพักทานอาหารเที่ยง หมอลองแวะมาทานข้าวบ้าน  เขาไม่เจอคนงาน   คิดว่า คนงานคงกลับไปทำงานที่ภาควิชาฯ แล้ว แต่หมอลองก็ไม่เจอลูกแมวด้วยเช่นกัน ไม่รู้ว่าลูกแมวหายไปไหน……

วันต่อมา  เมื่อพบกับคนงานของภาควิชาฯ  คนงานบอกว่า มีคนแถวนั้นเห็นเข้าก็ชอบใจเลยขอไปเลี้ยง

เอาละ  ดีแล้ว ถ้าใครเขาอยากได้ก็ให้เขาไป“ หมอลองตอบ  ในใจคิดต่อไปว่า  “จะได้ไม่เป็นภาระเพราะหมอลองกับปาท่องโก๋ ไม่ค่อยจะได้อยู่ติดบ้านด้วยกันทั้งคู่  มักไปไหนมาไหนทีละนาน ๆ ไม่ว่าสัตว์สองเท้า หรือสี่เท้าถ้าเลี้ยงแล้วคงเป็นภาระน่าดู”

เวลาล่วงเลย   ผ่านไปนานหลายเดือน   อยู่มาวันหนึ่ง เหตุการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้น  ขณะที่หมอลองกับปาท่องโก๋กำลังนั่งทานอาหารเย็นอยู่ในครัว

เสียง กุกกัก !.. กุกกัก!.. กุกกัก !.. ก็ดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ

เสียงนั้นดังมาจากในห้องเก็บของที่ใช้สอยเป็นห้องซักรีดอยู่ติดกับห้องครัว ที่มีโต๊ะอาหารตั้งอยู่

ปาท่องโก๋ ขนลุกซู่……  เอาละซี  อู..ย ย์.

ปกติบ้านนี้จะอยู่กันเพียงแค่สองคนเท่านั้น ถ้าใครเป็นแขกรับเชิญก็จะต้องรู้  แต่นี่เงียบ ! …สองคนนั่งเงียบ

ใครอยู่ในนั้นน่ะ..ออกมานะ“ ปาท่องโก๋ร้องถาม

เงียบ!…   แต่อีกครู่ใหญ่ ๆ ก็เอาอีกแล้ว.. กุกกัก !.. กุกกัก!.. กุกกัก !..

ปกติบ้านนี้ จะปิดประตูไม่ว่าด้านหน้าหรือด้านหลังเป็นประจำ จะเปิดเฉพาะเวลาเข้าออก  เข้าแล้วก็ปิด.. ออกแล้วก็ปิด  เพราะกลัวยุงเข้ามาในบ้าน ปาท่องโก๋เป็นคนแพ้ยุง  แม้ยุงยังไม่ทันได้กัดเพียงแค่ตอม ๆ เท่านั้นแหละ เป็นตุ่มขึ้นมาเม็ดโต ๆ เลย

ฉะนั้นจึงไม่น่าที่จะมี คนหรือสัตว์เล็ดลอดเข้ามาในบ้านได้

หมอลองไม่กลัวผี  เขาเดินเข้าไปในห้องนั้นแล้วเปิดไฟดัง แชะ !

ไม่เห็นมีอะไร   เงียบ

ไม่ได้  จะต้องดูให้รู้แน่ว่า มันคืออะไร“ หมอลองคิดพลางเดินก้ม ๆ เงย ๆ ไปจนทั่วห้อง

ก็ไม่เห็นจะมีอะไร  เขายืนนิ่ง ๆอยู่ครู่หนึ่ง  พลันสายตาเหลือบไปเห็น หน้าขาว ๆ เล็ก ๆ โผล่ออกมาจากซอก ซอกหนึ่ง  พลางหมอลองขยับเข้าไป อย่างจัง เขาประสานสายตากับดวงตากลมโตของใบหน้านั้น

แมว! เขาอุทานขึ้นมาในใจ เข้ามาในบ้านนี้ได้ยังไง  ก็.. ภาคภูมิ ซึ่งเป็นคนงานบอกว่าคนขอไปเลี้ยงแล้วนี่นา

แต่เอาเถอะ  เมื่อมาอยู่ด้วยก็จะเลี้ยง และปาท่องโก๋ เรียกมันว่าเจ้าเหมียว ตามเสียงที่มันร้องบอกให้ไปเอาออกมาจากใต้หลังคาครัว

วันหนึ่ง หมอลองกับปาท่องโก๋ ต้องการพามันไปหาสัตว์แพทย์ที่โรงพยาบาลสัตว์เล็ก  ไม่รู้จะเอาไปได้อย่างไรเพราะแมวเป็นสัตว์ที่ปราดเปรียวมาก  ขืนอุ้มไปแล้วเกิดหลุดมือขึ้นมา คงหายจ้อยไปท่ามกลางป่าคอนกรีตแน่เลย

ตกลงว่าเราไปซื้อกรงให้มันถ้าจะดี  ความที่ไม่เคยเลี้ยงสัตว์เลี้ยงมาก่อนเลยในชีวิต (สาบานได้เราก็เลยไม่รู้จะเลือกกรงให้เจ้าเหมียวอย่างไรดี  หมอลองเห็นกรงหมากรงโตก็บอกว่าจะเอากรงนี้ละ  เหมียวจะได้อยู่สบายไม่อึดอัดคับแคบเวลาจะไปที่ไหน ๆ

แหมทุลักทุเลน่าดู  ความที่กรงมันโต เลยต้องเอาใส่ที่ท้ายรถกระบะ  ดีนะที่มีรถกระบะไว้ใช้อยู่คันหนึ่ง เอารถจอดเทียบเชิงบันไดโรงพยาบาลได้  สองคนต้องช่วยกันแบกกรงแมวใบโต๊ โต ทั้งที่แมวตัวเล็กนี๊ดเดียว ) เข้าไปในโรงพยาบาล

แมวชื่ออะไรคะ” เจ้าหน้าที่ถาม

เหมียวค่ะ”  ปาท่องโก๋ตอบ

อะไรนะคะ“ เธอถามซ้ำ พลางอมยิ้ม

เหมียว..แมวเหมียว ค่ะ“ ตอบไปแล้วก็คิดขึ้นมาได้ว่าความจริง จะต้องตั้งชื่อให้แมวเหมือนที่คนก็มีชื่ออย่างนั้น

ระหว่างที่นั่งคอยตรวจ  สุภาพสตรีวัยกลางคนแต่งกายงดงาม หิ้วตะกร้าพลาสติกสีสวยใสใบย่อม ๆ เดินผ่านมา  ปาท่องโก๋เพ่งมองเข้าไปเห็นลูกแมวแรกเกิดน่ารักหลายตัวอยู่ในตะกร้าใบนั้น อูย..ย์ น่ารักจัง

แต่สุภาพสตรีท่านนั้นกลับจะมองมาที่เหมียวเช่นกัน พร้อมกับอุทานว่า  อุ๊ย แมวสีชมพู “ปาท่องโก๋มองไปที่เหมียว  แดดเช้าส่องที่ลำตัว  เหมียวหันหน้ามา หน้าเหมียวเป็นสีชมพูจริง ๆ อย่างที่มีคนทักนั่นแหละ

เราน่าจะตั้งชื่อให้เหมียว ไม่อย่างนั้นเวลามีใครมาถามก็จะคิดว่าแมวของเรายังไม่มีชื่อ จะตั้งว่าอย่างไรดี”  ปาท่องโก๋ถามหมอลอง

เพชรชมพู ซิ เป็นชื่อที่เหมาะกับเหมียว” หมอลองบอก

…และตั้งแต่นั้นมาเหมียว หรือ เฟชรชมพู จึงเป็นแมวที่ทำให้ชีวิตของเรามีความสุข สนุกสนาน

ตั้งแต่มีเหมียวมาอยู่ด้วย สมาชิกหนูหลายตัวพากันลดน้อยถอยลง จนกระทั่งหมดไปในที่สุด เมื่อก่อนนี้ดูทีท่าว่าปัญหาหนูในบ้านจะปราบไม่หมดเพราะบ้านเรามีถังขยะใบโตอยู่ที่หน้าบ้าน  และหมอลองก็ไม่ยอมปาณาติบาตเหล่ากองทัพหนูพวกนี้

ความจริงเหมียวก็ไม่ยอมปาณาติบาตเหมือนนาย เหมือนกัน

แมวตัวนี้ไม่ยอมกินหนู  แต่เห็นหนูไม่ได้  มันจะรีบกระโจนเข้าใส่  และก็ไม่เคยพลาด มันตะครุบหนูได้ทุกครั้ง….เอามาทำอะไร ก็เอามาเล่นด้วยนะซิ จับเอามางับ.. งับ.. งับ.. งับ….แล้วปล่อยให้หนูวิ่งหนี  หนูวิ่งไปได้ไม่เท่าไร  มันก็จะวิ่งไปตะครุบกลับมาใหม่

หนูบ้านนี้ไม่เคยถูกเพชรชมพูกัดตาย

หากแต่หนูตายเพราะ ช้ำในตาย

ถ้าหนีไปจากบ้านนี้ได้  ก็เข็ดเขี้ยวแมว และจะไม่ยอมกลับมาให้เห็นหน้าอีกเลย

ห้องที่เหมียวชอบเข้าจะมีอยู่สองห้องในบ้านนี้  ห้องนอนของนายกับห้องพระ

พอถึงเวลาอาหารเย็น ขณะที่นายกำลังทานอาหารกันอยู่นั้น เหมียวจะรู้ได้ว่า เดี๋ยวนายก็จะต้องเข้าไปขลุกอยู่ในห้องนอน เพราะจะเป็นเวลานอนของนาย เหมียวจะรีบขึ้นไปเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูห้องนอน   แต่ถ้านายเอากุญแจออกแล้ว เหมียวจะพยายาม เอาขาเขี่ย ๆ ประตูมุ้งลวดกรอบเหล็กที่หนักอึ้งนั้นให้เปิดออกเพื่อที่เขาจะเข้าไปอยู่ในห้องนั้นให้ได้

แรก ๆ ปาท่องโก๋นึกรำคาญที่จะให้แมวมาอยู่ด้วยในห้องนอน  พอใกล้เวลานอนก็จะจับเหมียวเข้าไปไว้ในครัว เพื่อว่าเหมียวจะได้มีเวลาเล่นกับหนู

แต่ เอ..เหมียวหายไปไหน

ถามหมอลอง เขาก็บอกว่า เหมียวอยู่ในนี้ละ

แล้วทำไมไม่มี ดูที่ชั้นล่างของบ้านก็ไม่อยู่ หาจนทั่วก็ไม่มี หาจนเหนื่อยก็ไม่พบ ไม่เอาละ ง่วง..  ขอนอนดีกว่า ปรากฏว่า ….ตกดึกเหมียว จะค่อย ๆ กระโดดขึ้นมาขอนอนด้วย ปาท่องโก๋  อยากรู้ว่าเหมียวไปซ่อน อยู่ที่ไหนก็เลยลองหาดูก่อนที่จะปิดไฟนอน ใครอยากรู้บ้างว่าเหมียวอยู่ที่ไหน ?

เขาแอบเอาขาเขี่ยประตูตู้เสื้อผ้าที่มีไม้แขวนเสื้อแขวนอยู่เต็มให้อ้าออกนิดหนึ่ง  นิดเดียวเท่านั้นนะ แล้วมุดเข้าไปอยู่ในตู้อย่างเงียบกริบเลยทีเดียว เพื่อรอเวลาที่คนนอนหลับกันแล้วจะได้ออกมา ….ทาสผู้ซื่อสัตย์จะนอนเฝ้าระวังระไวอยู่ที่ปลายเท้านาย พอถึงตอนเช้าปกตินายจะลุก ตี ห้าครึ่ง เปิดประตูเอาเหมียวไปไว้ในครัวแล้วมาเปลี่ยนเสื้อผ้าไปออกกำลังกายที่สวนสุขภาพ วันไหนที่นายตื่นสาย เหมียวจะเอาเล็บของมันตะกุยตรงโน้น .. ตรงนี้  เพื่อให้เกิดเสียงดัง  เดี๋ยวนายได้ยินนายก็จะลุกขึ้นเปิดประตูพาเหมียวลงไปข้างล่าง

แต่ถ้าวันไหนตะกุยส่งเสียงปลุกแล้วก็ยังไม่ยอมตื่นอยู่อีก   เหมียวจะไม่เกรงใจใครละ  กระโดดตุ๊บ!..ขึ้นมานั่งบนหน้าอกนายเลย เอาให้เสียงดังแอ๊ก !.  ทีเดียว แล้วเหมียวจะจ้องนาย ทำนอง  ตื่นแล้วยังหรือว่าจะยังไม่ตื่น  นายเจอไม้นี้ของเหมียวเข้า  นายต้องผงกหัวขึ้นมายิ้มกับเหมียว แล้วลุกขึ้นทันที

เดี๋ยวนี้เหมียว  ไม่ต้องไปแอบซ่อนตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้าอีกแล้ว  เพราะหมอลองกับปาท่องโก๋เกิดความสงสารเลย  แบ่งเนื้อที่บนเตียงนอน ให้เหมียว  แถมสละผ้าห่มกับหมอนให้อีกหนึ่งชุด เหมียวจะได้นอนสบาย ๆ

ห้องที่หมอลองหวงมากคือห้องพระ  เป็นที่หมอลองจะเข้าไปบำเพ็ญภาวนา  หมอลองมักปิดมิดชิดอยู่เป็นประจำ

เมื่อนายชอบเข้า  เหมียวก็ชอบเข้าเหมือนกัน

ไม่เอาเหมียว   ไป….   หมอลองบอกอย่างนี้เป็นประจำก่อนที่จะเปิดประตูห้องพระ  เขาจะไม่เปิดประตูถ้าแมวอยู่ที่ตรงนั้น  จะต้องจับมันออกไปเสียก่อน  ไม่อยากให้เข้าไปยุ่มย่ามกับพระในห้อง  เหมียวหันหลังเดินออกไปจากที่นั่นและนั่งอยู่ห่าง ๆ  ดูทีท่าว่าไม่สนใจจะเข้าอีกแล้ว   ไม่หันมามองเสียด้วยซ้ำไป

แอ๊ด .... เสียงประตูห้องพระเปิด

ปรู๊ด !…อ่ะ.. หมอลองกว่าจะไหวตัวได้  ก็จับไม่ทันซะแล้ว เหมียวกระโจนเข้าไปนั่งยิ้มอยู่ที่บนตู้หนังสือพระธรรมอย่างพออกพอใจ   ฮ่า ..ฮ่า..นี่ละ ฤทธิ์แมวตัวผู้เจ้าเล่ห์ละ….

ถ้าหมอลองไปกรุงเทพหลายวัน เขาจะโทรศัพท์มา ปาท่องโก๋จะอุ้มเหมียวไว้มือหนึ่ง ส่วนอีกมือหนึ่งจะกำโทรศัพท์ไว้แนบหูและปากของเหมียว ไม่น่าเชื่อว่าคนกับแมวจะคุยกันได้ แต่เขาก็สื่อสารกันได้จริงๆ เหมียวจะพูดเป็นภาษาแมว แต่มีลักษณะของคำพูดที่ต่อเนื่องกันเป็นเหมือนภาษาคน

ไม่บ่อยนัก เวลาที่เหมียวอยากสื่อสารอะไรที่มีความหมาย ก็จะใช้การพูดเช่นนี้ทุกครั้ง และเวลาพูดก็จะจ้องมองผู้ที่พูดด้วยคือหมอลอง แม้ปาท่องโก๋ เหมียวก็จะไม่ค่อยทำเช่นนี้ด้วยเลย

เวลาที่เครียดแล้วได้เล่นกับเหมียว จะทำให้ไม่เครียดและได้ออกกำลังด้วยการได้วิ่งไล่จับ เพราะแมวเป็นสัตว์ที่ปราดเปรียว จับยาก จึงทำให้คนเลี้ยงต้องกระฉับกระเฉงและว่องไวไปด้วย เล่นกับแมวแล้วเหมือนกับว่าเราเป็นเด็ก เพราะจะต้องคล่องตัวและทำอะไรให้เร็ว เคยดูข่าวจากต่างประเทศเขาพูดถึงการรักษาโรคซึมเศร้าด้วยการให้เลี้ยงแมว หมอลองบอกว่า การดูแลสัตว์เลี้ยง คนเลี้ยงต้องมีหน้าที่รับผิดชอบ จะนั่งนอนอยู่เฉยๆไม่ได้ และยิ่งแมวเป็นสัตว์ที่ไวก็จะกระตุ้นให้ผู้เลี้ยงที่ซึมเศร้ากระฉับกระเฉง อาการของโรคที่เป็นอยู่นี้ จะดีขึ้น”

ถ้าอย่างนั้นคนที่มีอายุแล้วไม่อยากเป็นโรคอัลไซม์เมอร์ ให้เลี้ยงแมวก็น่าจะดีปาท่องโก๋พูด

ก็ลองทำวิจัยดูซิว่าจะจริงหรือเปล่า” หมอลองตอบ

บางคนอาจอยากถามว่า ถ้าเหมียวไม่ป่วยไม่ไข้ทำไมต้องมีหมอประจำตัว

…ก็เพราะต้องให้การดูแลเรื่องวัคซีนเป็นประจำและคอยให้การปรึกษา (consultation) ในเรื่องทั่วๆ ไป เช่น การให้อาหาร การทำหมัน การกำจัดเห็บ และการเลี้ยงดูสัตว์อย่างไรจึงไม่นำโรคมาสู่คนเลี้ยง รวมทั้งในเรื่องพฤติกรรมบางอย่างของเหมียว

หมอแจง ( หญิง ) เป็นคุณหมอ ที่ยังอายุไม่มาก แต่เก่ง เวลาพาเหมียวไปหาหมอแจง คุณหมอจะชมว่าเหมียวเป็นแมวแสนสวยมีดวงตาที่ สดใส ปิ๊ง ป๊าง (นี่ปาท่องโก๋ เขียนตามที่หมอแจงพูดดอกนะ ไม่ได้คิดจะมาชมแมวของตัวเอง) แต่พอหมอพูดอย่างนี้ นายทั้งสองคนก็อดจะภาคภูมิใจเสียมิได้ ยิ้มแก้มตุ่ยเชียวละ ไม่ทราบว่า หมอแจงพูดอย่างนี้เพราะอยากจะเอาใจแมว หรือเอาใจคนเลี้ยงแมวกันแน่ !!! หมอยังบอกอีกว่าแมวที่มีดวงตาสดใสเป็นประกายปิ๊ง ปั๊ง แบบนี้แสดงว่าเป็นแมวที่มีสุขภาพจิตดีค่ะ นั่นแน่.. สัตวแพทย์ชมแมวของจิตแพทย์อย่างนี้เอง มิน่าล่ะ ค่าฉีดวัคซีน 2 เข็ม ค่ายาถ่ายพยาธิ์ กับค่าเห็บแมวชนิดพ่น กับชนิดหยดลงบนผิวหนัง รวมแล้ว พันสองร้อยกว่าบาท ปรากฏว่าหมอลองรีบควักกระเป๋าจ่ายไม่อั้น

ได้ยินที่พูดมาหลายคนแล้วว่า ค่ารักษาหมากับแมวนี่แพงกว่าค่ารักษาคนซะอีก จริงเท็จอย่างไรให้ไปถามหมอคนที่เอาหมากะแมวไปรักษาดูเอง

อย่างนี้ถ้าลูกศิษย์มาถามว่าทำอาชีพอะไรดี เห็นทีจะต้องบอกว่า สัตว์แพทย์น่าจะเป็นอาชีพที่มีรายได้ดีรองจากนักการเมือง

ถ้าเป็นหมอคนน่ะชิดซ้าย ตกขอบไปแล้วนะหนุ่ม รักษาคนได้แค่ 30 บาท เท่านั้นนะ คร๊าบ แถมยังเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากคนไข้หัวหมอเสียอีก มิน่า… เดี๋ยวนี้คนสมัครเรียนแพทย์ถึงมีแต่ผู้หญิง ผู้ชายไปสมัครเรียนอาชีพอื่นกันหมด ซึ่งผิดไปจากสมัยเมื่อหลายปีก่อน

ค่ารักษาแมวที่ว่ามานี่ ขนาดแมวยังไม่เจ็บไข้ได้ป่วย แล้วของคนล่ะ จริง ๆ น่ะจะมากน้อยสักแค่ไหน มิน่าล่ะ เมื่อวันก่อนถึงได้มีอีเมล์จากผ.อ.ของโรงพยาบาลนี้ ส่งข่าวมายังบุคลากรทุกท่านว่า….ที่โรงพยาบาลของเรามีหนี้ที่ยังเรียกเก็บไม่ได้ ถึงกว่า 300 ล้านบาท และหนี้ที่เกิดจากประกันสังคมอีกกว่า 20 ล้านบาท ฟังดูแล้วน่าตกใจ ในจดหมายนั้นยังบอกอีกว่าหากคุณหมอทั้งหลายจะใช้ยาอะไรก็ขอให้คิด ให้คุ้มค่า คุ้มราคา ( 30 บ. ) สักหน่อยนะครับ … เอ้อ..ฟังแล้ว..ก็..น่าจะหาทางช่วยกันแก้วิกฤติ. .

สมัยที่เหมียวยังตัวเล็ก ๆ อยู่ คนงานที่นำเหมียวออกจากใต้หลังคาครัวบอกว่า น่าจะเอาแมวไปทำหมันถ้าเขาโตได้สักหน่อย แต่ปาท่องโก๋เป็นโรคกลัวบาปกรรม และคิดตามประสาคนว่าแมวจะไม่มีความสุข ตอนนั้นไปปรึกษาหมอมดกับหมอแจงก็ได้รับคำอธิบายว่าน่าจะทำ เพราะมิฉะนั้นแล้วจะเลี้ยงเขาลำบาก ในช่วงฤดูกาลที่แมวมีการผสมพันธุ์ก็จะเอาไว้ไม่อยู่ ในปีหนึ่ง ๆ แมวจะผสมพันธุ์หลายหน แม้แต่แมวที่อายุยังไม่มากก็ตั้งท้องมีลูก แมวหนึ่งตัวก็จะออกลูกมาให้เจ้าของได้เลี้ยงกันเป็นโขยงเลย ฟังแล้วชวนขยาด เรื่องเลี้ยงแมวนั้นไม่เท่าไร แต่เพราะความที่เป็นจิตแพทย์และนักจิตวิทยาทำให้คิดเลยเถิดไปว่า แมวที่ทำหมันแล้วจะมีอารมณ์ แปรปรวน กลายเป็นแมวโรคซึมเศร้าได้หรือไม่ ถ้าเป็นแมวซึมเศร้าหรือแมวที่ไม่มีความสุขเราก็อย่าไปทำอะไรดีกว่า ปล่อยให้เขาเป็นแมวนักเที่ยวถ้าเขาจะไปติดแมวสาวที่ไหน พอถึงเวลาเขาก็จะกลับบ้านมาเอง นี่เป็นความคิดแบบคน และเอาความรู้สึกของคนไปใส่ให้กับแมว

ในเรื่องอารมณ์ซึมเศร้าของแมว หมอมดกับหมอแจงก็ยังตอบคำถามของหมอลองไม่ได้ เพียงแต่บอกว่าถ้าปล่อยแมวออกไปแล้วแมวอาจติดโรคเอดส์ได้ ฟังแล้วชวนตกใจเพราะไม่เคยมีความรู้หรือมีใครบอกมาก่อนว่า แมวก็เป็นโรคเอดส์กับเขาได้เหมือนกัน ! ! ! ….

โรคหลายโรคที่แมวเป็นได้เหมือนคน เช่น โรคลิวคีเมีย (leukemia) และโรคเบาหวานเป็นต้น ถ้าปล่อยให้แมวอ้วนมาก และถ้าเป็นแล้วก็จะต้องกินยา แต่ถ้ากินยาแล้วยังคุมน้ำตาลไว้ไม่อยู่ก็จะต้องฉีดยา วันหนึ่งฉีดหลายเข็มก็ว่าได้ ยิ่งแมวที่ถูกตอนเพราะต้องการจำกัดพฤติกรรมในเรื่องเพศ แต่ก็มักจะอ้วนมาก และไม่พ้นเบาหวาน หมอก็จะต้องสอนเจ้าของให้รู้จักฉีดยาให้แมวของตนเอง เพราะจะได้ไม่ต้องไปหาหมอวันละหลายครั้ง

ถึงตอนที่ต้องตัดสินใจให้เหมียวว่าจะทำหมันดีหรือไม่

ก็ เอ.. ตัดสินใจไม่ถูก ไม่รู้จะทำไงดี แต่หมอบอกว่า ถ้าจะทำก็ต้องตัดสินใจเสียเลย เพราะ ถ้าเลยระยะนี้ไปแล้ว จนถึงขั้นมีพฤติกรรมทางเพศออกมา การทำหมันก็จะไม่มีประโยชน์อะไร เรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับการผลิตฮอร์โมนและการควบคุมพฤติกรรมทางเพศในสัตว์

แต่ความที่ปาท่องโก๋เชื่อในการศึกษาหาความรู้ และศาสตร์ที่เป็นวิทยาการสมัยใหม่ มีการค้นคว้าและวิจัยเกี่ยวกับสุขภาพอนามัยของทั้งในมนุษย์และสัตว์ ก็เลยคิดว่าน่าจะได้ทำตามที่มีข้อสรุปแล้วว่าดี ว่าปลอดภัย จะดีกว่าการมานั่งนึกคิดเอาเอง

ก็ โอ.เค. ให้หมอทำไปเลย

เวลาล่วงเลยมานานแล้ว ทำให้รู้ว่าที่ตัดสินใจตอนนั้น ไม่ผิด เหมียวมีสุ้มเสียงไพเราะเหมือนแมวเด็ก ๆ และไม่มีพฤติกรรมทางเพศที่ก่อความเดือดร้อนให้กับเจ้าของ เมื่อถึงฤดูผสมพันธ์จะมีแมวสาวมาส่งเสียงร้องเรียก ดังเหงี่ยวหง่าว ๆ ( เจี๊ยวจ๊าว ) ก่อความรำคาญให้กับบรรดาแมว ๆ และผู้คนแถวนี้

แต่เหมียวเราก็เพียงแค่ชะโงกหน้าไปที่หน้าต่างบ้านเพื่อดูพฤติกรรมประหลาดของแมวสาวเหล่านั้น เมื่อเรียกแล้วคุณเหมียวของเราก็ยังไม่ยอมออกไปปรากฎกายนอกบ้านอยู่อีก แมวสาวก็จะแสดงอาการโกรธเกรี้ยว ไม่พอใจอย่างรุนแรงถึงขั้นกระโดดทุ่มตัวลงบนหลังคา เสียงดัง โครมๆๆ คราม ๆ สนั่นหวั่นไหว ด้วยหมายจะให้หลังคาบ้านแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ พลางคำราม ขู่ ร้อง ก้อง กึก เหมียวสังเกตพฤติกรรมของแมวสาวเจ้าอารมณ์แล้วไม่แสดงปฏิกิริยาโต้ตอบแต่อย่างใด ช่างเป็นแมวผู้ดีแท้ แท้

เวลาที่พาเหมียวไปหาหมอทุกครั้ง เหมียวจะได้รับการชั่งน้ำหนัก หมอจะชมว่าแปลกมาก ปกติแมวที่ทำหมันแล้วจะอ้วน แต่เหมียวไม่อ้วนเลย ควบคุมน้ำหนักได้ดี เหมียวเป็นแมวที่รูปร่างประเปรียว เพรียว สวย

ถ้าพูดถึงสุขภาพกายแล้วไม่พูดถึงสุขภาพจิตคงไม่ได้ อี.คิว. ของเหมียวเป็นอย่างไร ?

หมอลอง กับ ปาท่องโก๋รักเหมียวก็เพราะเรื่องนี้แหละ

สมัยที่เหมียวมาอยู่กับเราใหม่ ๆ ปาท่องโก๋มีหน้าที่ดูแลในเรื่องความสะอาดของเหมียว เพราะที่บ้านนี้ไม่มีแม่บ้านมาทำงานให้ ปาท่องโก๋ต้องทำทุกอย่างที่เป็นงานแม่บ้าน ตั้งแต่ จ่ายตลาด หุงหาอาหาร ทำความสะอาดบ้านช่องห้องหับ ถึงเวลาทำงานก็ออกไปทำงานสอนหนังสือ ตกเย็น ก็วิ่งไปช่วยที่คลินิกของหมอลอง กว่าจะถึงบ้านก็ค่ำมืด

พอเหมียวมาอยู่ด้วย ปาท่องโก๋ต้องหาที่ ที่ค่อนข้างมีไปรเวซี่ (ความเป็นส่วนตัว) สักหน่อยไว้ให้เหมียวเป็นที่สุขา หากระบะทราย แรก ๆ ก็เป็นทรายธรรมดา ต่อมาพอมีความรู้ก็เปลี่ยนมาเป็นทรายวิทยาศาสตร์ บ้านที่เราอยู่เป็นบ้านหลวง ( บ้านพักข้าราชการในคณะฯ ) บ้านจึงไม่ใหญ่โตมากมาย เมื่อต้องแบ่งเนื้อที่ทำสุขาแมวจึงต้องอาศัยความสังเกตว่าแมวชอบที่ไหนก็เอาตรงนั้นแหละ..

ก็ปรากฏว่าเป็นที่ข้างซอกตู้เครื่องแก้วคอเล็กชั่นของปาท่องโก๋ กับเค้าเตอร์วางอุปกรณ์เครื่องครัว ค่อนข้างจะเป็นที่ซึ่งมิดชิดสักหน่อย สงสัยจะเป็นแมวขี้อาย ปาท่องโก๋เลยตั้งกระบะทรายไว้ที่นั่น

แต่ซอกมันทั้งแคบและลึก แหม..กว่าจะมุดเข้าไปทำความสะอาดได้งี้ โอย. เหงื่อตกเลย ยิ่งเวลาร้อน ๆ ด้วยยิ่งแย่ แต่ว่าต้องทำให้เรี่ยม ให้สะอาดเอี่ยมเลยนะ ไม่อย่างนั้นละก็ คนอยู่ด้วยไม่ได้หรอก กลิ่นอู้เลย บางครั้ง อึ เลยบริเวณออกมา ปาท่องโก๋ต้องรีบจัดการให้หมดกลิ่นมิฉะนั้น ถ้ายังมีกลิ่นเขาก็จะไปอึที่เดิมได้อีก เราไม่อยากให้เขาไปอึเรี่ยราดที่ไหนก็ต้องพยายามจำกัดเนื้อที่ให้สะอาด และดูแลให้อยู่แต่ในบริเวณ

วันหนึ่ง เป็นวันที่อากาศร้อน และเป็นวันอาทิตย์ที่จะต้องดูแลสุขาแมว เวลาไหน ๆ ก็ไม่ว่าง จำเป็นต้องมาทำความสะอาดเอาตอนเที่ยงของวันนี้ละ.. เฮ้อ ! ปาท่องโก๋เก็บอึ แมว ขัดพื้นไป ถูไป ซักไม้ขัดกับผ้าขี้ริ้วไป เช็ดไป …โอย.. เหงื่อตกเลย ร้อนด้วย แถมยังต้องเบียดตัวเองเข้าไป ก้ม ๆ เงย กับไอ้เจ้าซอกเล็ก ๆ ข้างตู้นี่แหละ

หารู้ไม่ว่า เหมียวแอบนั่งดูปาท่องโก๋อยู่ เงียบ ๆ ..

เขาไม่ได้ไปที่ไหนเลยตลอดเวลาที่ปาท่องโก๋ทำความสะอาดสุขาแมว

เอ้า.. เสร็จแล้ว . ปาท่องโก๋พูดกับตนเองอยู่ในใจ เสื้อผ้าของปาท่องโก๋ชุ่มเหงื่อราวกับลงแช่ในอ่างน้ำ

สักครู่ เหมียวกระโดดขึ้นมาบนบ่า พลางยื่นใบหน้าที่มีจมูกเล็ก ๆ ของเขามาหอมแก้มของปาท่องโก๋

ปาท่องโก๋ อุ๊..บ บ ตกใจ.. เพราะไม่เคยเห็นพฤติกรรมของเหมียว เช่นนี้มาก่อนเลย และไม่เคยคิดว่าเจ้าแมวน้อยที่เป็นสัตว์จะรู้คุณนายถึงเพียงนี้

หลังจากนั้นอีกไม่นานก็มีคนสมัครทำความสะอาดบ้านให้นาย ทั้งที่นายไม่มีคนทำงานให้มานานนับสิบปี

คนทำงานคนแรกเป็นชาวบ้านที่ฐานะไม่ดี แต่อยากมีรายได้ จึงไม่ค่อยรู้ในเรื่องวินัยของการทำงานเช่น การมาทำงานให้ตรงเวลา ไม่มาสาย ถ้าไม่มาให้โทรมาบอก เป็นต้น นายจึงต้องให้การอบรม แต่ก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง

วันหนึ่ง คนงานทำความสะอาดมาสาย ไป เกือบสองชั่วโมง นายคิดอยู่เชียวว่าเขาจะไม่มาแล้วละ แต่แล้วเขาก็โผล่มาในขณะที่นายกำลังทำความสะอาดอยู่

หลายครั้งที่เขา ชอบพูดว่า เวลาหนูทำความสะอาดแต่ก็ยังมีกลิ่น แล้วทำไมเวลาที่อาจารย์ทำหนูไม่รู้สึกว่ามีกลิ่น อ้าว .. ก็ทำสะอาดหรือเปล่าล่ะ! !.. บ่อยครั้งที่ปาท่องโก๋ต้องพยายามระงับความโกรธเอาไว้ไม่แสดงออกมา

วันนี้ เกิดระงับใจไว้ไม่อยู่ จึงดุเขาไปพักใหญ่ ๆ ในขณะที่กำลังอุ้มเหมียวไว้ในมือ พอดุคนงานเสร็จ ปาท่องโก๋รู้สึกว่าคนงานมีสีหน้าที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก

นายเห็น… เหมียวยื่นมือออกไปลูบแขนคนงาน อย่างกับจะปลอบใจเขาว่า ” เพ็ญศรีจ๋า …อย่าโกรธที่นายของเหมียวสอนสั่งเพ็ญศรีแรง ๆ นะจ๊ะ” เอ้อ..เป็นซะอย่างนี้เอง แมว อี.คิว. สูง มักจะรู้สึกเห็นอกเห็นใจคนอื่น..อยู่เสมอ

คนทำงานต่อมาเป็น คนที่ทำงานดีมาก มาทำงานตรงเวลา สะอาด และรักเหมียว จึงทำงานด้วยกันมาจนถึงทุกวันนี้

ตอนนี้ปาท่องโก๋ค่อยสบายขึ้นหน่อยที่มีคนมาช่วยงานบ้าน ถึงแม้จะมาได้อาทิตย์ละสองครั้ง ครั้งละครึ่งวันก็ยังช่วยผ่อนแรงงานบางอย่างในบ้านได้บ้าง

เรื่องสุขาแมวนี้ บางคนบอกว่าใช้บริเวณห้องน้ำของคนตั้งกระบะทรายให้แมว ก็เป็นความคิดที่ดีเพราะว่าน่าที่จะทำความสะอาดได้ง่าย

ถ้าไม่ใช่สุขาของเหมียวแล้วละก็ เหมียวจะไม่ยอมทำเรี่ยราด ตกหล่นที่ไหนเลย ไม่ว่าอึ ว่าฉี่ จะสักก้อนหรือสักหยดก็ไม่มี ทั้งที่เหมียวขึ้นไปนอนบนห้องนอนของนายแทบทุกคืน และนายก็จะล๊อคห้องนอนตลอดทั้งคืนโดยที่เหมียวไม่มีทางที่จะลงมายังห้องสุขาแมวได้เลย…… อย่างนี้ กี่ปีมาแล้ว ช่างเป็นแมวที่มีวินัยและมีความอดทนเป็นเยี่ยมโดยแท้จริง

แล้วอย่างนี้จะไม่ให้นายรักเหมียวได้อย่างไรกัน